Succession เป็นซีรีส์ดราม่าตระกูลมหาเศรษฐีสื่ออเมริกันที่ลูก ๆ ต่างกันโกงกันเพื่อชิงบัลลังก์บริษัท บทความนี้รีวิวแบบไม่สปอยล์ว่าทำไมซีรีส์ที่ไม่มีฉากยิงกันเลยสักฉากถึงตึงเครียดกว่าซีรีส์อาชญากรรมหลายเรื่อง
เกริ่น: ธุรกิจครอบครัวที่ครอบครัวไม่รอด
เรื่องเล่าบริษัทสื่อยักษ์ใหญ่ที่เจ้าของแก่ตัวเริ่มสะดุด และลูกสามคนที่ต่างคิดว่าตัวเองควรเป็นคนต่อจากพ่อ สิ่งที่ทำให้มันพิเศษคือมันเล่าการต่อสู้แบบองค์กรที่อาวุธคือการประชุม การจัดการข่าว และคำพูดที่จับผิดกันทุกประโยค
โทนของเรื่องขำแบบเจ็บ ตลกแบบแห้ง และจริงจังแบบไม่ประนีประนอม บทสนทนาถือเป็นหนึ่งในสุดยอดของยุค
จุดเด่น: บทสนทนาที่แหลมสุด
- มุกตลกแบบเหน็บแนม ที่มาจากตัวละครจริง ไม่ใช่แค่หมัดเด็ด
- ฉากประชุมและเจรจา ที่ตึงเท่าการดวลปืน
- การแสดงระดับรางวัล จากนักแสดงชุดที่คุมกันได้ทั้งซีรีส์
จุดเด่น: ความมั่งคั่งที่ทำลายคน
- ธีมชัด เงินมากพอจะซื้อทุกอย่างยกเว้นความรักของพ่อ
- ตัวละครที่ไม่มีใครน่าสงสารแบบสิ้นเชิง แต่ก็ไม่มีใครชั่วล้วน
- ความสัมพันธ์พ่อลูก ที่เจ็บและซับซ้อนที่สุดเรื่องหนึ่งบนจอ
จุดที่ทำให้เรื่องนี้คนดูติดหนึบคือมันทำให้เราเชียร์คนที่แย่มาโดยตลอด แล้วก็โดนเรื่องนี้ดึงกลับมาเสียอีก ซึ่งเจ็บดี
เรื่องที่ควรรู้ก่อนเริ่ม
- ศัพท์ธุรกิจเยอะ ไม่ต้องเข้าใจหมด ให้ตามอารมณ์ไปก่อน
- ไม่มีตัวละครที่น่ารักแบบแบ็กดรอป ต้องชอบความเหน็บ
- ชื่อตัวละครและบริษัทซ้อนกัน ช่วงแรกอาจงง แต่คุ้นเร็ว
ใครควรดู
- ชอบดราม่าการเมืองและอำนาจ แบบไม่ต้องมีฉากระเบิด
- ชอบตลกแห้งเหน็บแนม และบทสนทนาที่เขียนเป็นเล่มได้
- อยากดูซีรีส์คุณภาพสูง ที่รางวัลไม่ได้ให้ฟรี
ใครอาจไม่เหมาะ
- อยากได้ตัวละครที่เชียร์ได้สบายใจ ที่นี่ทุกคนขี้แพ้ทางใจ
- ไม่ชอบเรื่องพูดเยอะ เกือบทุกฉากคือการเจรจา
- ไม่สนใจโลกธุรกิจสื่อ อาจรู้สึกห่างตัวในตอนแรก
บรรยากาศการดูที่เหมาะ
- ดูตอนตื่นตัว เพราะบทสนทนาพลาดประโยคเดียวเสียมุก
- เหมาะดูแบบสัปดาห์ละตอน เพื่อซึมแต่ละฉากได้เต็ม ๆ
- เปิดซับไทยช่วยเรื่องศัพท์ธุรกิจได้มาก
ภาพรวมและคะแนน
Succession เป็นซีรีส์ที่บทและการแสดงอยู่ในระดับสูงสุดของยุค จุดที่คนบางส่วนอาจรู้สึกคือขาดตัวละครที่อุ่นใจเชียร์และศัพท์ธุรกิจที่หนาแน่น แต่โดยรวมเป็นดราม่าที่แหลมคมและจบแบบสมบูรณ์
คะแนนรวม: 9/10 — เหมาะกับคนที่ชอบดราม่าอำนาจแบบไม่ประนีประนอม และอยากดูการดวลกันด้วยคำพูดที่เจ็บกว่ากระสุน
